ลาว ตั้งเป้าทีมลูกหนัง จะติด 1 ใน 4 ซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่เป็นเจ้าภาพ พูทอง แสงอาคม บิ๊กกีฬาและประธานโอลิมปิกลาว หวานเยิ้ม เพราะได้พี่ไทยพัฒนาวิทยายุทธ์ อุ้มทีมลูกหนังลาวซ้อมแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยยกระดับ กีฬาของลาว ขณะที่ อาร์เอส หนุมเต็มพิกัดช่วยลาว 300 ล้านกีบ ให้เตรียมขุนพลมาแข่งซีเกมส์ ที่ไทยปลายปีนี้ ด้าน "บิ๊กวอ"วรวุฒิ โรจนพานิช การันตีซีเกมส์ที่ลาวถ่ายทอดสดเนี้ยบชัวร์ เพราะใช้ระบบแบบมืออาชีพ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามที่ได้รับมอบหมายจากภาคีมนตรีซีเกมส์ให้เป็น เจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ในปี 2552 และได้มอบหมายให้ บริษัท เพชรจำปา จำกัด ดูแลในเรื่องการตลาดสิทธิประโยชน์ในการแข่งขันทั้งระบบ รวมถึงดูแลในเรื่องการผลิตสัญญาการถ่ายทอดสด และเป็นที่ปรึกษาในการดำเนินการพิธีเปิด-ปิด กีฬาซีเกมส์นั้น ทาง บริษัท เพชรจำปา จำกัด ได้มีความไว้วางใจในการร่วมมือกับ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อาร์เอส บีเอส จำกัด มอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว


ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา "เฮียฮ้อ" นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ อาร์เอส และ นายวรวุฒิ โรจนพานิช ประธานกรรมการบริหารอาร์เอส บีเอส ร่วมป็นประธานในการแถลงข่าวการเดินทางมาเยือนไทยของ ดร.พูทอง แสงอาคม รัฐมนตรีประธานคณะกรรมการกีฬาแห่งชาติและประธานโอลิมปิกแห่งชาติลาว พร้อมคณะ ที่ ชั้น 7 อาคารเชษฐโชติศักดิ์ 3

นายสุรชัย กล่าวให้การต้อนรับคณะทีมงานจากลาว พร้อมกับกล่าวว่า "ดีใจที่ทางลาวให้ความไว้วางใจอาร์เอส ในการดำเนินการผลิตการถ่ายทอดสดและดูแลในเรื่องสิทธิประโยชน์ในการแข่งขัน ซึ่งทางบริษัทเองมีความมั่นใจในศักยภาพของบริษัทและทีมงานที่มีคุณภาพ อย่างมากที่จะดำเนินการให้ดีและจะผลิตงานที่ดีในฐานะตัวแทนของไทย"

ขณะ ที่ "บิ๊กวอ" นายวรวุฒิ กุนซือมันสมองของอาร์เอสบีเอส กล่าวว่า "มาถึงตรงนี้ทาง อาร์เอส บีเอส มีความพร้อมอย่างมากทั้งในเรื่องการถ่ายทอดสด ที่มีทีมงานที่มีคุณภาพและมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง อย่าง พ.อ.นเรศร์ อิศราง(กระผม)ร ณ อยุธยา อดีตที่ปรึกษาทีวีพูลมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีประสบการณ์มากมายมาร่วมทำงานดังนั้นในการถ่ายทอดสดในซีเกมส์ ครั้งนี้ จะนำเอาระบบถ่ายทอดสดดิจิตอลที่นานาประเทศใช้กันมาถ่ายทอดในซีเกมส์ ที่ลาว ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นบรรยากาศทั่วสนาม และภาพจะไม่ล่ม ในกรณีที่ฝนตก ส่วนพิธีปิด-ปิด ได้มอบหมายให้ทีมงานของ "ศุภักษร" ศุภวัฒน์ จงศิริ ในการดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ได้คิดโปรเจกต์ในการรับธงต่อจากไทย ในปลายปีนี้เสร็จสิ้นแล้ว"

ในส่วนของสิทธิประโยชน์ ทางอาร์เอส บีเอส ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 150 ล้านบาทที่จะดำเนินการหาให้กับลาว ซึ่งขณะนี้มีสินค้าให้ความสนใจติดต่อมาแล้ว 5 ราย ซึ่งรายแรกจะมีการลงนามเซ็นสัญญากันเป็นรายแรกคือ เบียร์ลาว ในราคา 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนั้นสินค้าตัวอื่นจะมีการดำเนินการลงนามกันต่อไป ขณะนี้มีเวลาอีก 2 ปีกว่าเชื่อว่าจำนวนเงิน 150 ล้านบาทอาจจะหาได้มากกว่านี้แน่นอน

ด้าน ดร.พูทอง กล่าวด้วยความอิ่มใจ ว่า "รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาที่ได้บริษัท ที่มีประสบการณ์เข้ามาดำเนินการ ในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งแรกของลาว ร่วมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก นายสุรชัย ในฐานะตัวแทนของอาร์เอส มอบเงินจำนวน 300 ล้านกีบ หรือประมาณ 1,060,000 บาท ให้การสนับสนุน ในการเตรียมทีมเพื่อเข้าร่วมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ จ.นครราชสีมา ในปลายปีนี้ และทางไทยยังเปิดโอกาสให้นักกีฬาฟุตบอลของลาวมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่ สนามกีฬาหนองจอก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เมื่อเป็นเช่นนี้ทางลาวมีความมั่นใจว่า ทีมฟุตบอลของลาว จะพัฒนาตัวเองอย่างมาก พร้อมกับตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นเป็น 1 ใน 4 ทีมในกีฬาซีเกมส์ ที่ลาวเป็นเจ้าภาพอย่างแน่นอน"

รมต.กีฬาฯ ลาว กล่าวอีกว่า "ในเรื่องความหวังของลาว ซีเกมส์ที่ไทยได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5 เหรียญทอง ส่วนซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ในอีก 2 ปีข้างหน้าลาวตั้งเป้าหมายเหรียญทองไว้ที่ 15-20 เหรียญทอง ส่วนการเตรียมการอื่นๆ นั้นในเรื่องสนามที่จะใช้ในพิธีเปิด-ปิด จะตอกเสาเข็มในวันที่ 3 เม.ย.นี้ และเชื่อว่าในระยะเวลาที่เหลือนั้นลาวสามารถดำเนินการทันแน่นอน"

http://www.siamsport.co.th/25500322-065.html

การประชุมใหญ่สหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่โรงแรมดอนจันทน์ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วันสุดท้าย เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปในส่วนของชนิดกีฬาและเหรียญทอง ที่จะแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ซึ่งทางลาวจะเป็นเจ้าภาพจัดในเดือน ธ.ค.ปีหน้า 2009 แล้ว โดยในการประชุมครั้งนี้มี ดร.พูทอง แสงอาคม รัฐมนตรีประจำสำนักนายก รัฐมนตรีของลาว ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติลาว เป็นประธาน ส่วนฝ่ายไทยมี พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ รวมถึง ศ.เจริญ วรรธนะสิน และ นพ.วารินทร์ ตัณฑศุภศิริ 2 มนตรีซีเกมส์ของไทย เข้าร่วมด้วย



เกี่ยว กับสาระสำคัญของการประชุม ศ.เจริญ ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ให้การรับรองชนิดกีฬาและจำนวนอีเวนต์ ที่จะมีแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 โดย “นครเวียงจันทน์เกมส์” จะมีชิงชัยทั้งหมด 25 ชนิดกีฬา รวม 390 เหรียญทอง ทั้งนี้ในซีเกมส์ครั้งนี้ทุกชาติจะไม่สามารถส่งนักกีฬาเข้าร่วมได้ทุกอี เวนต์ที่มีแข่งขัน เนื่องจากสหพันธ์ซีเกมส์อยากเปิดโอกาสให้แต่ละชาติมีลุ้นคว้าเหรียญรางวัล มากขึ้น และป้องกันการผูกขาดในกีฬาที่ชาตินั้นๆถนัด เช่น เทควันโด มีชิง 9 เหรียญทอง แต่ละชาติจะส่งได้ไม่เกิน 6 รุ่น ตะกร้อ มีชิง 7 เหรียญทอง ส่งได้แค่ 4 ประเภท และยกน้ำหนักมีชิง 8 เหรียญทอง ส่งได้ชาติไม่เกิน 5 รุ่น เป็นต้น

ที่มา ไทยรัฐ


สำหรับ 25 ชนิดกีฬา ที่จะมีชิงชัยในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ประกอบด้วย กรีฑา ว่ายน้ำ แบดมินตัน บิลเลียด/สนุ้กเกอร์ มวยสากลสมัครเล่น ฟุตบอล กอล์ฟ ยูโด คาราเต้ เซปักตะกร้อ ยิงปืน เทเบิลเทนนิส เทนนิส วอลเลย์บอล มวยปล้ำ วูซู เทควันโด มวยไทย เปตอง ปันจักสีลัต ฟินสวิมมิ่ง ชัตเติลค็อก จักรยาน ยกน้ำหนัก และยิงธนู


นอก จากนี้ ศ.เจริญยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดโทรทัศน์ในกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการและอนุญาตให้ลาวดำเนินการได้ แต่เจ้าภาพจะต้องให้บริษัท เพชรจำปา แอดเวอร์ไทซิ่งจำกัด ผู้แทนที่จะมาเซ็นสัญญากับสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ตกลงรายละเอียดกับคณะทำงานสหพันธ์ฯก่อน ซึ่งสหพันธ์ฯได้แต่งตั้งให้ ดร.ชินเป็นประธานคณะทำงานชุดนี้ ส่วนกรรมการคนอื่นก็แล้วแต่ว่า ดร.ชิน จะเลือกใครมาทำงาน ซึ่งเมื่อมาถึงตรงนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในกีฬาซีเกมส์ ส่วนรายละเอียดด้านการเงินและชนิดกีฬาที่จะมีการเรียกเก็บเงิน ต้องมีการประชุมร่วมกันต่อไป

ความคืบหน้าในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 “เวียงจันทน์เกมส์”

ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 9-18 ธ.ค. ปีหน้า 2009 ที่นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเจ้าภาพได้กำหนดไว้ เรียบร้อยว่าจะมีการชิงชัย 25 ชนิดกีฬา 390 เหรียญทอง

เจริญ วรรธนะสิน มนตรีซีเกมส์ของไทย ที่เดินทางกลับจากการไปเข้าร่วมประชุมสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ เมื่อระหว่างวันที่ 11-13 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่นครเวียงจันทน์ เปิดเผยว่า แม้ว่าในเรื่องของชนิดกีฬา ซึ่งในส่วนของเทนนิสกับซอฟท์เทนนิส ที่ดูเหมือนจะเป็นคนละกีฬา แต่มารวมกันเป็นกีฬาเดียวกัน ยังหาข้อยุติไม่ได้ แต่โดยรวมแล้วหลังจากนี้ไป เมื่อเจ้าภาพได้กำหนดชนิดกีฬา และเหรียญรางวัลแล้ว ก่อนหน้าการแข่งขัน 12 เดือนตามระเบียบ ก็จะได้ส่งคู่มือการแข่งขัน หรือเทคนิคเคิ้ลแฮนด์บุค ไปยังชาติสมาชิกต่างๆรวมถึงไทยเรา เพื่อให้ทราบว่าจะมีการแข่งขันชนิดและประเภทกีฬาใดบ้าง อันจะได้มีการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันต่อไป

มนตรี ซีเกมส์ไทยกล่าวต่อว่า จากกฎข้อใหม่ของสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่มีการจำกัดให้แต่ละชาติส่งนักกีฬาเข้าแข่งแต่ละชนิดกีฬาไม่ครบจำนวน เพื่อป้องกันการผูกขาด เช่น มวยสากลสมัครเล่นที่มีชิงรวม 16 เหรียญทอง แต่ละชาติส่งนักกีฬาชายได้ไม่เกิน 6 รุ่น หญิง 6 รุ่น หรือจะเป็นตะกร้อ ที่มีชิง 8 เหรียญทอง ก็ส่งนักกีฬาชายได้ 3 ประเภท และหญิง 3 ประเภท ตรงนี้ที่ประชุมมีการคิดกันว่าน่าจะส่งผลดีหลายอย่าง น่าจะทำให้สีสันของกีฬาซีเกมส์มีมากขึ้น การแย่งกันเป็นเจ้าเหรียญทอง จะมีรสชาติ สูสีกันมากกว่าเดิม

“ข้อ ดีอีกอย่างของการมีข้อกำหนดนี้ขึ้นมา จะทำให้จำนวนของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ลดลงด้วย อันจะเป็นการสะดวกต่อเจ้าภาพที่จะจัดการในเรื่องที่พักได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บางอีเวนท์ ของแต่ละชนิดกีฬา จะมีนักกีฬาเข้าร่วมน้อย จนอาจทำให้ เหรียญที่มีการกำหนดไว้แล้วที่ 390 เหรียญทองลดลงจากเดิมได้” ศ.เจริญ กล่าว

ต่อ ข้อถามที่ว่า ลาวจะใช้เมืองใดบ้างในการจัดซีเกมส์ครั้งนี้ ศ.เจริญกล่าวว่า จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ทราบมาว่าทางลาวจะใช้นครหลวงเวียงจันทน์เพียงเมืองเดียว ในการจัดการแข่งขัน จะไม่มีสนามที่เมืองหลวงพระบาง และปากเซ ตามที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ จากที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าเจ้าภาพจะจัดการแข่งขันไม่ดี จากที่ได้ไปสัมผัสและเห็นมา ต้องบอกว่าทางลาวมีความตั้งใจเป็นอย่างมาก จึงมั่นใจว่าซีเกมส์ครั้งนี้จะออกมาดีและประทับใจทุกชาติแน่นอน

“ส่วน เรื่องการจะขายลิขสิทธิ์โทรทัศน์ในซีเกมส์ ให้ชาติสมาชิกเป็นครั้งแรก ซึ่งที่ประชุมสหพันธ์ซีเกมส์ ให้ความเห็นชอบไปแล้ว เพียงแต่ต้องมีการตกลงกันในรายละเอียดกันต่อไปนั้น ในเรื่องนี้ผมไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไร หากทุกอย่างมีความชัดเจนและตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอัตราค่าลิขสิทธิ์ ส่วนแบ่งที่เจ้าภาพจะได้รับ และส่วนแบ่งที่สหพันธ์ซีเกมส์จะได้รับ หากประเด็นเหล่านี้มีการชี้แจงออกมาได้ ก็ไม่มีปัญหาแต่ อย่างใด” ศ.เจริญกล่าวในตอนท้าย

ที่มา: ไทยรัฐ

ประวัติกีฬาซีเกมส์( กีฬาแหลมทองครั้งที่ ๑ กรุงเทพฯ ๒๕๐๒ )
ซีเกมส์ กำเนิดมาจากกีฬาแหลมทองและกีฬาแหลมทองได้เกิดขึ้น ที่ไทยโดยคนไทย
และ มาสิ้นสุดที่ไทยก่อนที่จะกลายเป็น “ ซีเกมส์ ” ด้วยเหตุผลดังนี้ กีฬาแหลมทอง กำเนิดขึ้นเมื่อประมาณปลายปี ๒๕๐๐ ด้วยการริเริ่มของคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ โดยในระยะนั้นประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้มีการติดต่อทางการ กีฬากันเป็นประจำ โดยเฉพาะพม่าได้มีสาส์นเชิญประเทศไทยให้ส่งนักกีฬาไปร่วมแข่งขัน ฟุตบอล รักบี้ แบดมินตัน ลอนเทนนิส มวยสากล บาสเกตบอล เป็นประจำเกือบจะเรียกว่า เป็นประเพณีก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้ คุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย จึงได้เกิดความคิดขึ้นมาว่า “ น่าจะจัดแข่งขันกีฬาระหว่างชาติในกลุ่มแหลมทอง” ขึ้นในลักษณะคล้ายคลึงกับ “ เอเชี่ยนเกมส์ ” หรือ “ โอลิมปิก ” เพราะประชาชาติที่อยู่ในภาคพื้นนี้มีความเป็นอยู่ อากาศและรูปร่างคล้ายคลึงกันมาก ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการกีฬาของชาติในกลุ่มแหลมทองให้สูงขึ้น เพื่อเตรียมเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเกมใหญ่ ๆ เช่น เอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ และเพื่อ “ สร้างสรรค์ความสัมพันธ์ไมตรีและความร่วมมือระหว่างชาติเพื่อนบ้านกลุ่มแหลม ทอง ”

ปี ๒๕๐๑ คุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ได้นำความคิดเห็นของท่านฝากไปกับ ม . ร . เดฟ คิชเตอร์ ผู้ฝึกสอนกิตติมศักดิ์ของสมาคมกรีฑาไทยที่จะเดินทางไปประเทศเขมร เวียตนาม เป็นการส่วนตัว ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ เพื่อได้ปรึกษาซาวเสียงประเทศเหล่านั้นดูปรากฏว่าทั้งเขมร เวียตนาม ในสมัยนั้นได้สนับสนุนความคิดริเริ่มของคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์อย่างเต็ม ที่ ต่อมาคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ จึงได้นำความคิดเห็นของท่านที่จะจัดแข่งขันกีฬาระหว่างชาติในกลุ่มแหลมทอง รวมทั้งที่ได้รับการสนับสนุนจากชาติเพื่อนบ้าน เสนอเป็นการปรึกษาต่อที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกครั้งแรก
เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้วรับหลักการเห็นควรให้จัดการแข่งขันครั้งแรกที่กรุงเทพฯ
ใน เดือนธันวาคม ๒๕๐๑ พร้อมกับได้มอบให้ คุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ นายกอง วิสุทธารมณ์ และนายสวัสดิ์ เลขยานนท์ เป็นผู้ดำเนินการวางโครงการและรายละเอียดต่อไป และได้รับ อนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อมาในระหว่างการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ ๓ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๐๑ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งประกอบด้วย คุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์
นายกอง วิสุทธารมณ์ นายสวัสดิ์ เลขยานนท์ เป็นผู้แทนไทยเดินทางนำข้อเสนอแนะการจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในกลุ่ม แหลมทองไปหารือ ปรึกษาระหว่างชาติในภาคพื้นแหลมทองขึ้นที่โตเกียวประเทศที่เข้าร่วมประชุมมี ไทย พม่า มาเลเซีย ลาว กัมพูชา และเวียตนาม ที่ประชุมเห็นชอบและมีมติให้ใช้ชื่อการแข่งขันนี้ว่า “ กีฬาแหลมทอง ” เพื่อเป็นเกียรติแก่ประเทศไทย จึงให้จัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศไทย
ในปี ๒๕๐๒ การพิจารณากัน เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๐๑ อีกครั้ง และมีความเห็นว่าเพื่อให้มีการเตรียมการให้ทันจึงให้เลื่อนการแข่งขันไปเป็น เดือนธันวาคม ๒๕๐๒พร้อมกันนั้นได้ตั้ง พ . ท . เอิบ แสงฤทธิ์ , ดร . คลุ้ม วัชโรบล และนายแพทย์บุญสม มาร์ตินเป็นผู้คิดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ต่อมาได้มีการแต่งตั้งให้ พล . ท . ประภาส จารุเสถียร ( ยศในสมัยนั้น ) ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานมนตรีสหพันธ์กีฬาแหลมทองคนแรก และคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน


ข้อหารือและมติในการประชุมที่โตเกียว ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๐๑
๑. ผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมมีความยินดีและเห็นชอบในหลักการที่จะเข้าร่วม การแข่งขันกีฬาแหลมทอง
บางประเทศแถลงการแข่งขันกีฬาระดับนี้เป็น กรณีระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องขอรับความเห็นชอบจากรัฐบาลของตนก่อน
๒. ที่ประชุมมีมติให้จัดการแข่งขันกีฬานี้ทุกๆ ๒ ปี เพื่อให้มีขึ้นในระหว่างระยะเวลาการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิค ที่ประชุมรับทราบข้อเสนอให้มีการแข่งขันกีฬาเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ในปี ๒๕๐๒
๓. ให้มีการจัดทำธรรมนูญขึ้นโดยเร็วที่สุดที่จะเร็วได้
๔. สหพันธ์กีฬาแหลมทองจะประกอบด้วยผู้แทนของประเทศภาคี ประเทศละไม่เกิน ๓ คน มนตรีสหพันธ์ที่ได้รับการแต่งตั้งเหล่านี้จะมีการประชุมก่อนการแข่งขันแต่ละ ครั้ง
๕. ประเทศไทยเสนอให้มีการแข่งขันกีฬา ๑๒ อย่าง คือ ฟุตบอล บาสเกตบอล ยกน้ำหนัก วอลเลย์บอล
มวยสากล แบดมินตัน ลอนเทนนิส จักรยาน ( ประเภทถนน ) ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส และยิงปืน
๖. ให้กรีฑาเป็นกีฬาบังคับ ส่วนกีฬาอื่นให้เลือกได้แต่ต้องมีประเทศที่ เข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า ๓ ประเทศด้วยกัน
๗. ภาคีแต่ละประเทศจะต้องจ่ายค่าเดินทางไปยังกรุงเทพฯ และกลับเอง ถ้าเดินทางด้วยรถไฟ ประเทศไทย
จะพยายามจัดรถพยาบาล จัดรถพิเศษ และลดราคาค่าโดยสารให้ทีมต่างๆ นั้นในช่วงที่อยู่ประเทศไทย
๘. คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะให้มีที่พัก อาหาร และพาหนะภายในประเทศ และภาคีแต่ละประเทศ
จะต้องเสียค่าที่พัก อาหาร ให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่คนละ ๘ เหรียญต่อวัน เพื่อช่วยค่าใช้จ่าย ตามที่เคยปฏิบัติในเอเชี่ยนเกมส์
๙. จะมีพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน
๑๐. ระยะการแข่งขันมีกำหนด ๕ วัน คณะนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันอาจมาพักอยู่ได้ ๕ วัน ก่อนวันที่ทำการแข่งขัน
๑๑. ได้มีการหารือและพิจารณาธงเครื่องหมายของกีฬาแหลมทองด้วย
๑๒. ภาคีประเทศจะจัดให้มีการจุดไฟพิธีในประเทศของตนและนำมารวมกัน ที่กรุงเทพฯ ในพิธีเปิดการแข่งขันจะมีผู้ถือคบไฟ ๖ คน จากประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันประเทศละ ๑ คน ซึ่งจะได้มาจุดพร้อมกันที่กระถางไฟพิธี
๑๓ . ได้มีการหารือในการจัด “ ตะกร้อ ” เป็นกีฬาแสดงการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งแรกเดิมกำหนดว่าจะลงแข่ง เดือนมกราคม ๒๕๐๒ ต่อมาคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้มีการพิจารณากัน เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๐๑ อีกครั้ง และมีความเห็นว่าเพื่อให้มีการเตรียมการได้ทันจึงให้เลื่อนการแข่งขันไปเป็น เดือนธันวาคม ๒๕๐๒ พร้อมกันนั้นได้ตั้ง พ . ท . เอิบ แสงฤทธิ์ ดร . คลุ้ม วัชโรบล และนายแพทย์บุญสม มาต์ติน เป็นผู้คิดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการแข่งขันครั้งนี้ด้วยต่อมาได้มีการแต่ง ตั้งให้ พล . ท . ประภาส จารุเสถียร ( ยศในสมัยนั้น ) ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เป็นประธานมนตรีสหพันธ์กีฬาแหลมทองคนแรก และคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน

กีฬาซีเกมส์ (Southeast Asian Games หรือ SEA Games) เป็นการแข่งขันกีฬาของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11 ประเทศ โดยจัดขึ้น 2 ปีต่อ 1 ครั้ง การแข่งขันดำเนินตามกฎข้อบังคับของสมาพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Games Federation) โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee หรือ IOC) และสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (Olympic Council of Asia)

แต่เดิมเรียกกีฬาซีเกมส์ว่า กีฬาแหลมทอง จนกระทั่งปี 2520 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ซีเกมส์ เหมือนในปัจจุบัน

กีฬาซีเกมส์ นั้นเดิมเรียกว่า กีฬาแหลมทอง (Southeast Asian Peninsular Games) หรือ เซียปเกมส์ (SEAP Games) ครั้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) ประเทศสมาชิกในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 3 ณกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และได้จัดประชุมตกลงที่จะก่อตั้งองค์กรการกีฬาขึ้น

กีฬาแหลมทองนั้นได้รับการเสนอแนวคิดจากหลวงสุขุมนัยประดิษฐ และยังเป็นผู้ก่อตั้งองค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งก็คือ การกีฬาแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งต่อมาได้เป็นรองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ข้อเสนอนั้นมีอยู่ว่า การจัดการแข่งขันกีฬาจะช่วยสนับสนุนความร่วมมือ ความเข้าใจ และความสัมพันธ์ในบรรดาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทย, พม่า, มาเลเซีย , ลาว, เวียดนาม และกัมพูชา (และสิงคโปร์มา ร่วมในภายหลัง) ถือเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง ประเทศเหล่านี้มีความตกลงร่วมกันที่จะจัดการแข่งขันกีฬาขึ้นแบบสองปีครั้ง และได้จัดตั้งคณะกรรมการสหพันธ์กีฬาแหลมทองขึ้น (SEAP Games Federation Committee)

กีฬาแหลมทองครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12 - 17 ธันวาคม พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) โดยมีเจ้าหน้าที่และนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 527 คน จากประเทศไทย, พม่า, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม และลาว โดยมีกีฬาทั้งหมด 12 ชนิด

ในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 8 เมื่อ พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) สมาพันธ์กีฬาแหลมทองมีมติให้รับประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เข้าร่วมเป็นสมาชิกแข่งขันด้วย และได้บรรจุเข้าเป็นประเทศสมาชิกแข่งขันอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) และในปีเดียวกันนั้นสมาพันธ์ฯ ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสมาพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Games Federation หรือ SEAGF) และเรียกการแข่งขันว่า ซีเกมส์ (Southeast Asian Games) ประเทศบรูไนนั้น ได้เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 10 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศติมอร์ตะวันออกเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ โดยเข้าแข่งขันครั้งแรกในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 22 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม